เผยแพร่เมื่อ: 24 ก.ย. 2012
|
อัปเดตล่าสุด: 30 เม.ย. 2026
ในปัจจุบันมีคนไทยนิยมเดินทางไปเที่ยวเปรูมากขึ้น แม้ว่าเปรูจะอยู่ห่างจากประเทศไทยมาก ต้องนั่งเครื่องบินหลายต่อกว่าจะถึง แต่หลายคนก็ยังพร้อมที่จะไป เพราะเปรูเองมีเสน่ห์ดึงดูดหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาชูปิชู (Machu Picchu) ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของโลก เป็นสิ่งก่อสร้างหรือจะเรียกว่าเป็นเมืองขนาดย่อมๆของชาวอินคาก็ไม่ผิด มาชูปิชูนี้ถูกสร้างบนเทือกเขาสูง ในสมัยที่ยังมนุษย์ยังไม่มีวิวัฒนการในการก่อสร้างมากนัก แต่ชาวอินคาสามารถสร้างมาชูปิชูขึ้นมาได้ ทำให้ทุกคนต้องแปลกใจว่าชาวอินคาสามารถสร้างมาชูปิชูขึ้นมาได้อย่างไร
แต่ประเด็นหนึ่งซึ่งมักจะเป็นข้อสงสัยและกังวลสำหรับผู้ที่อยากไปเที่ยวเปรูคือ จะเตรียมตัวอย่างไรเพื่อป้องกันภาวะไม่สบายในที่สูง (High Altitude Sickness) ก่อนจะมาตอบปัญหานี้ เราลองมาศึกษาภูมิประเทศของเปรูกันสักเล็กน้อยครับ
จากแผนที่ข้างบนจะเห็นว่า เมืองลิม่า ซึ่งเป็นเมืองหลวงของเปรูอยู่ริมมหาสมุทรแปซิฟิก ดังนั้นจะมีระดับความสูงเท่ากับระดับน้ำทะเล และถัดเข้ามาจะเป็นเทือกเขาแอนดีส ซึ่งมีความสูงมาก ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็น มาชูปิชู (Machu Picchu) เมืองคุซโก รวมถึงเมืองพูโน และทะเลสาบ Titicaca จะอยู่ในโซนเทือกเขาซึ่งมีความสูงกว่า 2,000-5,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลซึ่งต้องระวัง High altitude sickness ส่วนถ้าใครจะไปเที่ยวป่าอเมซอนก็มักจะนั่งเครื่องบินไปเมือง Iquitos ซึ่งจะไม่มีปัญหาเรื่องนี้ แต่ต้องมีการเตรียมตัวป้องกันโรคมาลาเรีย โรคไข้เหลือง ฯลฯ แทน อ่านเพิ่มเติมเรื่อง ไปบราซิล เปรู ต้องฉีดวัคซีนไข้เหลืองไหม
การเดินทางไปเมืองคุซโกและการป้องกัน High altitude sickness นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเที่ยวมาชูปิชูจะต้องเริ่มต้นการเดินทางที่ เมืองคุซโก (Cusco) ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าของชาวอินคา อยู่ห่างจากเมืองลิม่าประมาณ 1,200 กิโลเมตร ถ้าเดินทางโดยรถบัส จะใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมง เนื่องจากต้องเดินทางไต่ไปตามเทือกเขา ดังนั้นนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะนิยมเดินทางโดยเครื่องบิน ซึ่งจะใช้เวลาบินจากเมืองลิม่า (ระดับน้ำทะเล) ไปถึงคุซโก (3,400 เมตร) เพียงประมาณ 1 ชั่วโมง
จะเห็นว่าในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง เรามาอยู่ในที่สูงกว่า 11,000 ฟุต ร่างกายแทบจะไม่มีเวลาปรับตัว ดังนั้นนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเริ่มมีอาการของ Acute mountain sickness ในช่วงประมาณ 2-10 ชม.หลังมาถึงคุซโก แต่อาการและความรุนแรงของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน บางคนแทบจะไม่มีอาการใดเลยก็ได้ แต่บางคนจะมีอาการรุนแรงมาก ดังนั้นจึงควรสังเกตอาการตัวเองรวมถึงเพื่อนร่วมเดินทางให้ดีครับ ถ้าอาการไม่มาก อาจจะแค่พัก กินยา paracetamol บ้าง หรือต้องการออกซิเจนบ้างก็หาย พอปรับตัวได้ก็สามารถเดินทางต่อได้ แต่ถ้ามีอาการมาก หรือมีอาการรุนแรง ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ควรหาความช่วยเหลือทันที
ส่วนใหญ่ของไกด์และพนักงานโรงแรมที่คุซโกจะรู้จัก high altitude sickness พอสมควรเนื่องจากพบปัญหานี้ในนักท่องเที่ยวบ่อย และที่โรงแรมในคุซโกมักจะมีออกซิเจนเตรียมไว้เผื่อบริการ เมื่อนักท่องเที่ยวเกิดปัญหาสามารถเรียกใช้ได้ แต่ถ้ามีอาการมาก โรงแรมมักจะมีระบบติดต่อไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อขอความช่วยเหลือต่อไป
ถ้าใครยังไม่ได้อ่านบทความก่อนหน้านี้ สามารถดูได้ที่ Altitude sickness #1 โรคที่ควรระวังในการเที่ยวที่สูง
และ อาการของ altitude sickness และแนวทางป้องกัน
)
การใช้ยาเพื่อป้องกันโรคในพื้นที่สูง (Acute mountain sickness) ในทางปฏิบัติ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะเดินทางมาเมืองคุซโกโดยเครื่องบินทำให้ ร่างกายไม่มีเวลาปรับตัว แพทย์จึงมักแนะนำให้นักท่องเที่ยวกินยา Acetazolamide (Diamox) เพื่อป้องกันภาวะ Acute mountain sickness ซึ่งควรเริ่มกินก่อนบินมาที่คุซโก 1-2 วัน โดยทั่วไปมักใช้ขนาด 125-250 mg วันละ 2 ครั้ง การใช้ยานี้ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ ไม่ควรซื้อยากินเอง ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย คือชาหรือรู้สึกแปลกๆที่ปลายมือปลายเท้า ปัสสาวะบ่อย
ในโรงแรมแทบทุกแห่งในเมืองคุซโกจะมีชาที่ทำจากใบโคคา (Coca tea) ไว้บริการ ซึ่งชาวพื้นเมืองเชื่อว่าสามารถป้องกันและรักษาภาวะ high altitude sickness ได้ แต่เท่าที่เคยมีการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ ยังไม่สามารถยืนยันถึงประสิทธิภาพดังกล่าวได้
แผนการเดินทางกับการเกิด Acute mountain sickness แผนการเดินทางที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิด acute mountain sickness ได้มาก เช่น การจัดโปรแกรมทัวร์ให้วันแรกที่มาถึงคุซโก มีเวลาพักมากหน่อย ไม่เร่งรีบ และไม่มีกิจกรรมที่ต้องเดินหรือออกกำลังมาก จะช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้น
นักท่องเที่ยวเมื่อมาถึง Cusco (3,400 เมตร) อาจเลือกไปเที่ยวและนอนพักในพื้นที่ต่ำกว่านั้นเช่น แถว Sacred valley, Urubamba (2,900 เมตร) ก่อน ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดอาการลดลง และทำให้ร่างกายปรับตัวได้ง่ายขึ้น และในวันถัดๆไปค่อยเดินทางกลับมาเที่ยวคุซโก หรือจะไปเที่ยวมาชูปิชู ซึ่งอยู่ที่ความสูง 2,400 เมตร ต่อก็ได้
การเดินทางไปมาชูปิชู จะต้องเดินทางโดยการนั่งรถไฟ ไปที่เมือง Aquas Calientes (2,000 เมตร) ก่อนแล้วนั่งรถบัสขึ้นเขาไปที่มาชูปิชู (2,400 เมตร) นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะไม่เกิดปัญหา high altitude sickness ที่มาชูปิชู เนื่องจากมาชูปิชูอยู่ในที่ต่ำกว่าคุซโกมาก (ประมาณ 1,000 เมตร) อย่างไรก็ดี ถ้านักท่องเที่ยวเลือกจะไปปีนเขา Wayna Picchu ด้วย คงต้องเตรียมร่างกายให้ฟิตและแข็งแรงด้วย เนื่องจากต้องเดินขึ้นเขาสูง และทางจะยากลำบากพอสมควร
.
การเดินเท้าในเส้นทาง Inca Trail อีกวิธีหนึ่งซึ่งสามารถไปถึงมาชูปิชูได้คือเดินเท้า โดยนั่งรถไฟจากเมืองคุซโก แล้วใช้เส้นทางโบราณของชาวอินคา หรือที่เรียกว่า Inca Trail ต่อ ซึ่งจำเป็นต้องมีการเตรียมตัวเป็นอย่างดี เนื่องจากต้องใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 4 วัน ต้องมีการเดินเท้าเป็นระยะทางไกล ต้องพักแรมในป่า ต้องมีไกด์นำทาง และในระหว่างเส้นทางจะผ่านพื้นที่สูงกว่า 4,000 เมตร ดังนั้นนักท่องเที่ยวจำเป็นต้องฟิตร่างกายให้พร้อม และต้องให้แน่ใจว่าสามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนต่ำได้แล้ว ก่อนเดินเท้า เนื่องจากเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาจะหาความช่วยเหลือได้ลำบากมาก
ควรเลือกไปกับทัวร์หรือไกด์ที่มีประสบการณ์ เชื่อถือได้ รวมทั้งต้องมีการเตรียมพร้อมเรื่องอุปกรณ์ปฐมพยาบาลฉุกเฉิน ออกซิเจน และโทรศัพท์/วิทยุสื่อสารไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน
โดยสรุป แม้ว่า High altitude sickness จะเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวเปรู แต่ปัญหานี้สามารถป้องกันและจัดการได้ครับ ถ้านักท่องเที่ยวมีความรู้ รู้วิธีปฏิบัติตัวและมีการป้องกันได้อย่างเหมาะสม ก็ไม่น่ากังวลจนเกินไปครับ ขอให้เดินทางท่องเที่ยวด้วยปลอดภัยและมีความสุขครับ