เผยแพร่เมื่อ: 1 ก.ย. 2026
|
อัปเดตล่าสุด: 11 ก.ย. 2026
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในการให้คำปรึกษาก่อนการเดินทาง คือ โรคติดต่อนำโดยแมลง (vector-borne diseases) โดยเฉพาะโรคที่มียุงและแมลงเป็นพาหะ แม้นักเดินทางส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับโรคเหล่านี้อยู่บ้าง แต่การเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีโรคประจำถิ่นที่เราอาจจะไม่คุ้นเคยในประเทศไทย เช่น โรคไข้เหลือง (yellow fever) หรือ โรคเหงาหลับแอฟริกา (African sleeping sickness) อาจสร้างความกังวลให้แก่นักเดินทางได้ไม่น้อย
ปัจจุบันโรคติดต่อนำโดยแมลงบางชนิดมีวัคซีนสำหรับป้องกันแล้ว เช่น วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก และวัคซีนป้องกันโรคไข้ปวดข้อยุงลาย (chikungunya) อย่างไรก็ตาม วัคซีนไม่สามารถป้องกันการถูกยุงหรือแมลงกัด และไม่ได้ป้องกันการสัมผัสเชื้อจากพาหะโดยตรงดังนั้น การป้องกันไม่ให้ถูกแมลงพาหะกัดจึงยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันโรค ด้วยเหตุนี้ ในเวชศาสตร์การเดินทางจึงให้ความสำคัญกับการแนะนำ มาตรการป้องกันแมลงกัด (personal protective measures) เช่น การใช้ยากันยุงหรือสารไล่แมลง การสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกาย และการใช้มุ้งหรืออุปกรณ์ป้องกันอื่น ๆ ควบคู่ไปกับการฉีดวัคซีนหรือมาตรการป้องกันจำเพาะ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อให้ได้มากที่สุด
การที่ยุงสามารถค้นหาและเข้าหามนุษย์ได้นั้นเกิดจากปัจจัยหลายประการ โดยหลักๆได้แก่ การตรวจจับ CO₂ จากลมหายใจและผิวหนัง รวมถึงกลิ่น ความชื้น และสารระเหยจากผิวหนังและเหงื่อ ตลอดจนความร้อนและอุณหภูมิของร่างกาย ปัจจัยเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น host-seeking cues ช่วยให้ยุงระบุตำแหน่งของมนุษย์และเข้ามาดูดเลือดได้ สารกันยุงหลายชนิดจึงออกฤทธิ์โดยรบกวนกระบวนการรับรู้สัญญาณเหล่านี้ผ่านระบบรับกลิ่นและระบบประสาทรับความรู้สึกของยุง ทำให้ยุงค้นหาและเข้าหามนุษย์ได้ยากขึ้น
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์กันยุงและแมลงมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งในด้านยี่ห้อ กลิ่น ความเข้มข้น และรูปแบบผลิตภัณฑ์ เช่น สเปรย์ โลชั่น ครีม หรือแบบแท่ง อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญในการเลือกผลิตภัณฑ์ไม่ใช่เพียงรูปแบบหรือยี่ห้อ แต่คือ active ingredient เนื่องจากสารแต่ละชนิดมีประสิทธิภาพ ระยะเวลาในการป้องกัน ชนิดของแมลงที่สามารถป้องกันได้ ตลอดจนข้อจำกัดและข้อมูลด้านความปลอดภัยที่แตกต่างกัน
บทความนี้จึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ active ingredients ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงและแมลงชนิดต่างๆ ตั้งแต่กลไกการออกฤทธิ์ ประสิทธิภาพ ขอบเขตของแมลงที่สามารถป้องกันได้ ไปจนถึงข้อควรระวังและความปลอดภัย เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อย่างเหมาะสม
- DEET (N,N-diethyl-m-toluamide หรือชื่อปัจจุบัน N,N-diethyl-3-methylbenzamide)
- DEET เป็นยาทากันแมลง (topical insect repellent) ที่มีการศึกษามากที่สุด และมักใช้เป็นสารมาตรฐานในการเปรียบเทียบประสิทธิภาพกับสารกันแมลงชนิดอื่น สามารถป้องกันสัตว์ขาข้อได้หลายชนิด เช่น ยุง ( Aedes, Anopheles
และ Culex
) เห็บ แมลงวันกัด ริ้นฝอยทราย (sand flies) หมัด และไรอ่อน (chiggers) กลไกของ DEET มีความซับซ้อนมากกว่าเพียงการบดบังกลิ่นของมนุษย์ โดย DEET มีผลต่อ chemosensory system ของแมลง รวมถึง odorant receptors (ORs), odorant receptor co-receptor (Orco) และอาจรวมถึง ionotropic receptors ทำให้การรับรู้สารที่เป็นสัญญาณจากมนุษย์ (host-derived cues) เช่น lactic acid, 1-octen-3-ol และสารระเหยอื่น ๆ เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ DEET อาจทั้งยับยั้งการตอบสนองต่อกลิ่นที่ดึงดูดแมลงและกระตุ้น sensory pathways ที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมหลีกเลี่ยง รวมถึงอาจมีผลผ่าน contact chemoreception ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและ formulation
- การเพิ่มความเข้มข้นมีผลหลักในการ เพิ่มระยะเวลาการป้องกันมากกว่าการเพิ่มระดับสูงสุดของ repellency ประสิทธิภาพเริ่มคงที่ที่ความเข้มข้นประมาณ 20–50% (ส่วนการเพิ่มความเข้มข้นมากกว่า 50% ให้ประโยชน์เพิ่มเติมในการป้องกันยุงค่อนข้างน้อย และอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงแทน) DEET มีข้อมูลด้านความปลอดภัยเป็นจำนวนมาก และเมื่อใช้อย่างถูกต้องสามารถใช้ได้ในผู้ใหญ่ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร
- Picaridin (icaridin, KBR 3023)
- Picaridin เป็นสารสังเคราะห์ในกลุ่ม piperidine derivative มีฤทธิ์ป้องกัน ยุง Aedes, Anopheles
และ Culex
รวมถึงเห็บและแมลงวันกัดหลายชนิด เช่นเดียวกับ DEET กลไกการออกฤทธิ์เกี่ยวข้องกับการรบกวน olfactory signalling และการจดจำ host ของยุง การศึกษาในระดับทดลองพบว่า picaridin สามารถยับยั้งการกระตุ้น mosquito odorant receptors จากสารก่อกลิ่น ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับ Orco และอาจลดปริมาณหรือการระเหยของสารที่ดึงดูดยุงบริเวณผิวหนัง ดังนั้น picaridin จึงไม่ได้ออกฤทธิ์โดยการฆ่ายุง แต่มีผลหลักในการรบกวนการค้นหา host และการดูดเลือด
- ที่ความเข้มข้นเหมาะสม โดยเฉพาะประมาณ 20% ระยะเวลาการป้องกันยุงอาจใกล้เคียงกับ DEET formulations ที่ใช้โดยทั่วไป อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับ formulation และชนิดของยุง Picaridin ไม่มีกลิ่นหรือมีกลิ่นเพียงเล็กน้อย ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่ทำลายพลาสติกหรือวัสดุสังเคราะห์ จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการใช้ DEET นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพต่อเห็บ แต่ระดับและระยะเวลาการป้องกันขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและ formulation ของผลิตภัณฑ์
- Permethrin
- Permethrin แตกต่างจาก topical repellents เนื่องจากเป็น synthetic pyrethroid ที่มีฤทธิ์เป็นทั้ง insecticide และ acaricide และมี contact-repellent properties สำหรับการป้องกันแมลงกัดควรใช้กับ เสื้อผ้า รองเท้า มุ้ง และวัสดุที่เป็นผ้า โดยไม่ควรทาลงบนผิวหนังโดยตรงPermethrin ออกฤทธิ์หลักโดยจับกับ voltage-gated sodium channels ของเซลล์ประสาทในสัตว์ขาข้อ ทำให้เกิดอัมพาตหรือ “knockdown” และเสียชีวิต นอกจากนี้ การสัมผัสสารในระดับ sublethal concentration ยังอาจก่อให้เกิด contact irritancy และพฤติกรรมหลีกเลี่ยง ซึ่งช่วยลดโอกาสการถูกกัด
- เสื้อผ้าที่ผ่านการชุบ permethrin ประมาณ 5% สามารถป้องกันยุง เห็บ ไรอ่อน และสัตว์ขาข้อกัดต่อยชนิดอื่น และยังคงมีฤทธิ์หลังการซักได้หลายครั้ง ขึ้นอยู่กับวิธีการชุบ เนื่องจาก permethrin สามารถฆ่าหรือทำให้แมลงที่สัมผัสกับผ้าหมดความสามารถ จึงควรใช้เป็นมาตรการเสริมมากกว่าทดแทน topical repellent โดยการใช้ permethrin-treated clothing ร่วมกับ DEET หรือ picaridin บริเวณผิวหนังที่ไม่ได้ปกคลุม สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันในผู้เดินทางที่มีความเสี่ยงต่อ vector exposure สูง
- IR3535 (ethyl butylacetylaminopropionate)
- IR3535 เป็น synthetic topical repellent ที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับ β-alanine ไม่ใช่สารจากธรรมชาติอย่างแท้จริง มีประสิทธิภาพในการป้องกัน ยุง เห็บ และแมลงวันกัดหลายชนิด กลไกในระดับโมเลกุลยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่การศึกษาทาง electrophysiology พบว่า IR3535 สามารถยับยั้ง odorant-induced signalling ผ่าน odorant receptors ของยุง จึงคาดว่ามีผลรบกวน olfactory pathways ที่จำเป็นต่อการจดจำ host ส่งผลให้ลดการบินเข้าหา การเกาะ และการดูดเลือด โดยไม่ได้ออกฤทธิ์ฆ่าแมลงโดยตรง
- ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและ formulation โดยผลิตภัณฑ์ที่มี IR3535 ประมาณ 20% สามารถป้องกันยุงได้นานหลายชั่วโมง อย่างไรก็ตาม การศึกษาบางส่วนพบว่าระยะเวลาการป้องกันสั้นกว่าหรือมีความแปรปรวนมากกว่า DEET หรือ picaridin IR3535 มี safety profile ที่ดีและมีโอกาสก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังค่อนข้างต่ำ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในผู้ที่ไม่ต้องการใช้ DEET หรือ picaridin
- Oil of lemon eucalyptus (OLE) และ PMD
- Oil of lemon eucalyptus (OLE) ควรแยกออกจาก eucalyptus essential oil ทั่วไป โดยฤทธิ์ในการป้องกันแมลงของผลิตภัณฑ์ OLE ที่ผ่านการรับรองส่วนใหญ่มาจาก para-menthane-3,8-diol (PMD) ซึ่งสามารถสกัดจาก lemon eucalyptus ( Corymbia citriodora
) หรือผลิตโดยวิธีสังเคราะห์ PMD มีผลต่อ olfactory signalling ของยุง และอาจมีปฏิสัมพันธ์กับ odorant receptors และ odorant-binding proteins ส่งผลให้การตรวจจับ host ผิดปกติและเกิดพฤติกรรมหลีกเลี่ยง มีประสิทธิภาพต่อ ยุง Aedes, Anopheles
และ Culex
รวมถึงเห็บ
- ผลิตภัณฑ์ OLE/PMD ที่มี formulation เหมาะสมอาจให้ระยะเวลาการป้องกันใกล้เคียงกับ DEET ความเข้มข้นต่ำถึงปานกลาง ทำให้ PMD เป็นหนึ่งในสารกันแมลงจากพืชเพียงไม่กี่ชนิดที่มีหลักฐานสนับสนุนประสิทธิภาพในการป้องกันเป็นระยะเวลานาน อย่างไรก็ตาม pure lemon eucalyptus essential oil ไม่ควรถือว่าเทียบเท่ากับผลิตภัณฑ์ OLE/PMD เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยในระดับเดียวกัน และไม่แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ OLE/PMD ในเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี
- Citronella และ essential-oil repellents อื่นๆ
- Citronella, lemongrass, peppermint, geranium และ essential oils จากพืชชนิดอื่นมี volatile terpenoids ที่สามารถเปลี่ยนแปลง olfactory behaviour ของยุงและลดการดึงดูดเข้าหามนุษย์ การศึกษาในห้องปฏิบัติการพบว่าสารหลายชนิดสามารถป้องกัน ยุง Aedes, Anopheles
และ Culex
ได้ อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดสำคัญคือ มีความระเหยสูง จึงมีระยะเวลาการป้องกันค่อนข้างสั้น เว้นแต่จะใช้ร่วมกับ fixatives หรือ formulation ที่ช่วยลดการระเหย ดังนั้น essential oils โดยทั่วไปจึง ไม่ควรใช้ทดแทนสารกันแมลงที่มีหลักฐานด้านประสิทธิภาพชัดเจน หากต้องการการป้องกันโรคติดต่อนำโดยยุงอย่างมีประสิทธิภาพ
- 2-Undecanone
- 2-Undecanone หรือ methyl nonyl ketone เป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติในพืชหลายชนิด รวมถึงมะเขือเทศป่า และเป็น topical repellent อีกชนิดหนึ่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดย US EPA มีประสิทธิภาพในการป้องกัน ยุงและเห็บ แม้ว่าจะมีการใช้น้อยกว่า DEET, picaridin, IR3535 หรือ PMD กลไกการออกฤทธิ์คาดว่าเกี่ยวข้องกับ chemosensory pathways ของยุง โดยการศึกษาพบว่าสามารถกระตุ้น odorant receptors บางชนิดโดยตรง รวมทั้งปรับเปลี่ยนการตอบสนองของ receptor ต่อสารก่อกลิ่น ส่งผลให้เกิดการรบกวน host-seeking behaviour อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการใช้ทางคลินิกและจำนวน formulations ที่มีจำหน่ายยังน้อยกว่า DEET หรือ picaridin จึงมักถือเป็นทางเลือกมากกว่าสารกันแมลงลำดับแรกสำหรับผู้เดินทางที่มีความเสี่ยงสูงต่อโรคติดต่อนำโดยแมลง
- Area-based insect repellents (ABIRs) หรือ spatial repellents
- Area-based insect repellents (ABIRs) หรือที่เรียกว่า spatial repellents ได้แก่ ยาจุดกันยุง (mosquito coils), heated mats, liquid vaporisers, passive emanators และอุปกรณ์พกพาบางชนิดที่ปล่อยสารฆ่าแมลงชนิดระเหยออกสู่อากาศ ผลิตภัณฑ์หลายชนิดมี volatile pyrethroids เช่น metofluthrin, transfluthrin, allethrin หรือ prallethrin แตกต่างจาก topical repellents ตรงที่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้สร้างบริเวณที่มีสารเคมีออกฤทธิ์รอบตัวผู้ใช้ การสัมผัสสารอาจทำให้ยุงไม่เข้าสู่พื้นที่ดังกล่าว รบกวน host-seeking และ feeding behaviour กระตุ้นให้ยุงเคลื่อนที่ออกจากพื้นที่ รวมถึงทำให้เกิด knockdown และเสียชีวิตเมื่อได้รับสารในระดับที่เยอะมากพอ
- เป้าหมายหลักของ spatial repellents คือ ยุง โดยประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับ active ingredient ชนิดของอุปกรณ์ ขนาดพื้นที่ การระบายอากาศ ลม และระยะห่างจากอุปกรณ์ WHO ได้ให้การยอมรับ spatial emanators เป็นหนึ่งในมาตรการควบคุมพาหะมาลาเรีย ตั้งแต่ปี 2025 อย่างไรก็ตาม ควรใช้เป็นมาตรการเสริมร่วมกับมาตรการที่มีอยู่ เช่น insecticide-treated nets มากกว่าการใช้ทดแทน
Adapted from Islam et al. (9)
สำหรับการให้คำแนะนำทางคลินิก DEET และ picaridin ยังคงเป็น topical repellents ที่มีประโยชน์ครอบคลุมมากที่สุด เนื่องจากมีหลักฐานสนับสนุนจำนวนมาก มีระยะเวลาการป้องกันที่ยาวนาน และมีประสิทธิภาพต่อสัตว์ขาข้อหลายชนิด ส่วน IR3535 และ OLE/PMD เป็นทางเลือกที่เหมาะสมเมื่อใช้ใน formulation ที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่ botanical repellents ส่วนใหญ่มีระยะเวลาการป้องกันสั้นกว่าและประสิทธิภาพมีความแปรปรวนมากกว่า
Permethrin ควรใช้เป็นมาตรการเสริมสำหรับเสื้อผ้าและอุปกรณ์ ไม่ใช่สารกันแมลงสำหรับทาบนผิวหนัง และมีประโยชน์โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อเห็บหรือมี mosquito exposure สูง ส่วน spatial repellents สามารถเพิ่มการป้องกันภายในบริเวณที่กำหนดได้ แต่ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมมากกว่า จึงควรใช้ร่วมกับ topical repellents เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย มุ้งลวด และ insecticide-treated nets มากกว่าการใช้ทดแทนมาตรการเหล่านี้
References:
- Bohbot JD, Dickens JC. Insect repellents: modulators of mosquito odorant receptor activity. PLoS One. 2010;5(8):e12138. doi:10.1371/journal.pone.0012138.
- DeGennaro M. The mysterious multi-modal repellency of DEET. Fly (Austin). 2015;9(1):45-51. doi:10.1080/19336934.2015.1079360.
- Xu P, Choo YM, De La Rosa A, Leal WS. Mosquito odorant receptor for DEET and methyl jasmonate. Proc Natl Acad Sci U S A. 2014;111(46):16592-7. doi:10.1073/pnas.1417244111.
- Centers for Disease Control and Prevention. Mosquitoes, ticks, and other arthropods. In: CDC Yellow Book 2026: Health Information for International Travel. Atlanta (GA): Centers for Disease Control and Prevention; 2025.
- US Environmental Protection Agency. Repellent-treated clothing [Internet]. Washington (DC): US Environmental Protection Agency; [cited 2026 Aug 31]. Available from: https://www.epa.gov/insect-repellents/repellent-treated-clothing
- Kongkaew C, Sakunrag I, Chaiyakunapruk N, Tawatsin A. Effectiveness of citronella preparations in preventing mosquito bites: systematic review of controlled laboratory experimental studies. Trop Med Int Health. 2011;16(7):802-10. doi:10.1111/j.1365-3156.2011.02781.x.
- Fradin MS, Day JF. Comparative efficacy of insect repellents against mosquito bites. N Engl J Med. 2002;347(1):13-8. doi:10.1056/NEJMoa011699.
- World Health Organization. WHO guidelines for malaria [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2025 [updated 2025 Aug 13; cited 2026 Aug 31]. Available from: https://www.who.int/publications/i/item/guidelines-for-malaria/
- Islam J, Zaman K, Duarah S, Raju PS, Chattopadhyay P. Mosquito repellents: an insight into the chronological perspectives and novel discoveries. Acta Trop. 2017;167:216-30. doi:10.1016/j.actatropica.2016.12.031
- Lupi E, Hatz C, Schlagenhauf P. The efficacy of repellents against Aedes, Anopheles, Culex and Ixodes spp. – a literature review. Travel Med Infect Dis. 2013;11(6):374-411. doi:10.1016/j.tmaid.2013.10.005.
- Fradin MS, Day JF. Comparative efficacy of insect repellents against mosquito bites. N Engl J Med. 2002;347(1):13-8. doi:10.1056/NEJMoa011699.